ด้วยหน้าที่การงานของการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเคยทำหน้าที่พนักงานสอบสวนมาก่อนทำให้ พ.ต.อ. วินัย นุชชา มีโอกาสได้เห็นทั้งผู้ที่รอคอยอวัยวะและผู้ที่จะให้อวัยวะมาเป็นจำนวนมาก บวกรวมกับความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่เห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่า ถ้าหากบริจาคอวัยวะไปแล้วเกิดไปชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ จึงทำให้เกิดการตัดสินใจครั้งสำคัญในการบริจาคอวัยวะของลูกชายหลังจากประสบอุบัติเหตุ ซึ่งพ.ต.อ.วินัยเล่าให้ฟังว่า

“ตอนได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าลูกชายได้รับอุบัติเหตุผมก็รีบมาที่โรงพยาบาล ได้พูดคุยสอบถามรายละเอียดต่างๆ กับคุณหมอและในฐานะที่ผมเป็นผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจซึ่งผมก็คิดว่า ถ้าเราบริจาคอวัยวะไปจะเป็นการช่วยคนได้อีกมหาศาล และถึงแม้ญาติๆคนอื่นจะมีเสียงทัดทานบ้างแต่สุดท้ายก็เข้าใจและเห็นพ้องตรงกันในที่สุด เพราะผมไม่อยากโดนข้อหาว่าขายอวัยวะลูกตัวเอง ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมันทำไม่ได้ทั้งในทางกฎหมายก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทางสภากาชาดก็มีมาตรฐานในการจัดสรรของเค้า พอตัดสินใจไปแล้วผมก็เป็นคนบอกให้หมอที่โรงพยาบาลรอ ทั้งๆที่ตอนนั้นเป็นช่วงที่วิกฤตน้ำท่วมรุนแรงมากแต่ก็ต้องเดินทางไปให้ได้ เพราะผมอยากจะเป็นคนส่งลูกผมเข้าห้องผ่าตัดขณะที่หัวใจเค้ายังเต้นอยู่ และจะรับออกเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

“บุญกุศลทั้งหมดผมยกให้ลูกหมดเพราะผมไม่รู้ว่าเรื่องจริงในภายหน้าจะเป็นยังไง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ตามความเชื่อว่าจะไม่มีอวัยวะ สมมุติว่าถ้าชาติหน้าลูกเกิดมาแล้วจะไม่มีอวัยวะขอให้เปลี่ยนเป็นพ่อแทนแล้วกัน เพราะพ่อเป็นคนตัดสินใจให้แต่ถ้าเป็นบุญกุศลให้ลูกเอาไปหมดเลยที่เราตัดสินใจ เพราะเราเป็นคนที่พูดได้ตัดสินใจได้ไม่แน่ว่าถ้าลูกเค้าอยู่ไม่แน่เค้าก็ตัดสินใจของเค้าเองก็ได้”

สุดท้ายพ.ต.อ. วินัย ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

“การตัดสินใจของผมในครั้งนี้ผมถือว่าลูกผมได้ให้และที่สำคัญยังมีคนอีก 7 คนที่ได้รับ”

พ.ต.อ. วินัย นุชชา
บิดาของ

นายณัฐนันท์ นุชชา

Pin It on Pinterest

Shares
Share This