ด้วยที่สมาชิกในครอบครัวของ ทพญ.ประไพ ชุณหคล้าย เป็นหมอ และโดยเฉพาะสามีที่เป็นหนึ่งในทีมแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ จึงทำให้คนอื่นๆ ในครอบครัวมีความเข้าใจถึงประโยชน์ของการบริจาคอวัยวะได้ง่ายกว่าคนทั่วๆ ไป คุณหมอได้เกริ่นให้ฟังว่า

“พอดีว่า สามีเป็นหมอไต และเป็นแพทย์ในทีมผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะด้วย เลยได้รับความรู้ในส่วนนี้บ้าง ทำให้เราเห็นถึงประโยชน์ ว่าอวัยวะเหล่านี้ยังมีประโยชน์อยู่ ก็อยากให้คนที่ยังป่วยอยู่ได้ใช้ประโยชน์และมีชีวิตที่ดีขึ้น ตัวผู้บริจาคเองก็ได้บุญกุศลด้วย เลยคุยกันในหมู่ญาติว่าถึงอย่างไรเค้าก็ต้องจากไป เลยทำให้ได้บริจาคอวัยวะในครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกันญาติผู้ใหญ่บางคนก็ยังทำใจไม่ได้ และมีความเชื่อว่าถ้าบริจาคไปแล้วเกิดมาชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ จึงต้องค่อยๆ พูดคุยทำความเข้าใจพอสมควร ว่าทำไมเราจะต้องรีบตัดสินใจ”

ด้วยความโชคดีที่ตัวผู้บริจาคเองเป็นผู้ที่มีใจเป็นกุศลและเคยแจ้งทำการบริจาคดวงตาไว้แล้ว จึงทำให้ญาติๆเข้าใจเหตุผลและสามารถผ่านช่วงเวลาวิกฤติได้ง่ายขึ้น ซึ่งคุณหมอได้เล่าถึงช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจนั้นว่า…

“ขั้นตอนการตัดสินใจนั้นยากมาก เพราะเราต้องทำด้วยความรวดเร็ว ช่วงเวลานั้นมันยากลำบากมาก ทำให้เราเข้าใจได้เลยว่า ถ้าหากครอบครัวไหนที่ต้องมาประสบกันเหตุการณ์แบบนี้จะรู้สึกเลยว่ามันยาก ทั้งญาติๆ ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจกับทุกคนให้เข้าใจการตัดสินใจในครั้งนี้ ถึงแม้จะต้องทำใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่หลังจากที่ได้บริจาคไปแล้วรู้สึกดี ทุกคนในครอบครัวก็เห็นตรงกันว่าดีที่ได้บริจาคอวัยวะ เพราะในช่วงนั้นเป็นวิกฤตที่ต้องตัดสินใจว่า ถ้าให้จะเร็วไปมั้ย แต่ถ้าไม่ให้ก็จะเกิดความสูญเสีย แต่สุดท้ายแล้วก็คิดว่าตัดสินใจถูกที่ให้ ถึงอย่างไรแล้วเค้าก็ถูกวินิจฉัยไปแล้วว่าสมองตาย และจะต้องจากไปในไม่ช้า ที่สำคัญอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ได้ให้ประโยชน์แก่คนที่รอคอยชีวิตใหม่ เราคิดว่าเค้าได้ต่อชีวิตให้คนอื่น และถ้าเค้าทราบได้ด้วยญาณ เค้าก็คงจะอิ่มเอมใจว่าตัวเค้าได้เกิดประโยชน์กับคนอื่นๆ ต่อไป”

ในอีกแง่มุมหนึ่งของการสูญเสียคนที่รักไป ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของการบริจาคอวัยวะก็ทำให้ผู้รับอีกหลายคนได้มีชีวิตใหม่ และที่สำคัญยังทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับการบริจาคของคนอื่นๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ทพญ.ประไพ ชุณหคล้าย
พี่สาวของ

นางสาวสมิตตา เธียรประดับโชค

Pin It on Pinterest

Shares
Share This